atfirstglass-signature

เลือกไวน์แบบไหนที่รสชาติดี เหมาะสมกับการดื่ม

คนส่วนใหญ่นั้นบางคนไม่มีความรู้เรื่องการเลือกไวน์เลย เพราะว่าในท้องตลาดสมัยนี้ก็มีไวน์วางขายกันเต็มไปหมด แต่ไวน์ที่มีรสชาติที่ดีจริงๆนั้นหายาก เพราะว่าเราต้องรู้ด้วยว่าไวน์นั้นชั้นดีจริงหรือไม่ เพราะถ้าเราไปเลือกซื้อไวน์ที่มีราคาตามร้านขายไวน์โดยตรง เราต้องเป็นคนที่เลือกเป็นจริงๆเท่านั้น ถึงจะได้ไวน์ที่มีคุณภาพอีกมากมาย ซึ่งคนที่สามารถเลือกไวน์ที่มีรสชาติที่ดีเยี่ยมนั้น ต้องมาจากการที่เราดูไวน์เป็นด้วย เพราะว่าไวน์เราต้องรู้ด้วยว่ากำลังดื่มไวน์กับอาหารแบบไหนอยู่นั้นเอง เราก็จะได้เลือกไวน์ให้เข้ากับการทานอาหารในแต่ละมื้อนั้นเอง เพราะไวน์จะมีหลายรสชาติให้เราได้เลือกดื่มอย่างอร่อยนั้นเอง ซึ่งการเลือกไวน์จะมีปัจจัยหลายอย่างในการผลิต และรสชาติที่ต่างกันออกไป ซึ่งจะมีรสชาติที่แหวกแนวออกไปคนละทาง เพราะไวน์จะมีวิธีการหมักที่แตกต่างกัน

ไวน์ขั้นดีควรดูอย่างไร

โดยผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ท่านหนึ่ง ได้ออกมาบอกวิธีการเลือกไวน์ให้เราได้ดื่นกันอย่างมีความสุขและเพลิดเพลินไปกับรสชาติของไวน์ เพราะอย่างในสังคมของคนดื่มไวน์นั้นเขาก็จะมีเทคนิคในการเลือกไวน์ชั้นดีอยู่แล้ว ถ้าเปรียบกับเราแล้วที่ไมรู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับไวน์ ซึ่งการเลือกไวน์ของแต่ละคนนั้นจะไม่เหมือนกัน และยี่ห้อที่ชอบก็จะต่างกันออกไปนั้นเอง เพราะความชอบของรสชาติไม่เหมือนกัน บางคนชอบอีกแบบและบางคนชอบอีกแบบเช่นกัน
– ดูที่ปีพ.ศ. ของไวน์ ถ้าไวน์มีอายุในการผลิตนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีรสชาติที่ดีมากๆ เพราะจะได้รับการหมักเข้าไปอีกจากตอนแรกที่หมักมานานอยู่แล้วนั้นเอง
– ดูยี่ห้อไวน์ การดูยี่ห้อของไวน์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดูความอร่อยของไวน์เลยก็ได้ เพราะยี่ห้อที่อร่อยนั้นก็จะมีบอกอยู่และเราควรรู้ด้วยว่าเราชอบยี่ห้อไหนมากที่
– ดูที่สีของจุกปิดไวน์ ว่ามีความเก่าขนาดไหน เพราะถ้ายิ่งมีความเก่าแกนานมากเท่าไหร่ ก็จะเป็นไวน์ที่มีรสชาติที่อร่อยมากเท่านั้น ซึ่งดูฝาจุกนั้นเป็นอะไรที่ง่ายมากเลยพียงแค่เราดูออกว่าผ้าจุกนี้เป็นฝาจุกโบราณแล้วนั้นเอง
– ประเทศที่ผลิตไวน์ คือประเทศที่เราชอบด้วยจริงๆ เพราะว่าประเทศนั้นได้วิธีการหมักไวน์ที่ต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ โดยที่คนดื่มไวน์ต้องรู้ว่าเราชอบไวน์ประเทศไหนและชอบรสชาติของไวน์ประเทศไหนนั้นเอง


หมักไวน์แบบไหนให้รสชาติดี

atfirstglass-classic

ไวน์เป็นสูตรลับที่ไม่ตายตัวเพราะเราสามารถทำไวน์ขึ้นมาจากผลไม้ชนิดใดก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วการทำไวน์นั้นจะใช้องุ่นเป็นส่วนใหญ่ เพราะคนจะนิยมดื่มไวน์องุ่นกันนั้นเอง เราจึงมีวิธีมาแนะนำในการทำไวน์มานำเสนอ เป็นวิธีแบบบ้านๆแต่สามารถได้ไวน์ที่มีคุณภาพไว้ดื่มกันที่บ้านอีกด้วย

ส่วนประกอบ+วัตถุดิบในการทำไวน์

– ผลไม้ 16 ถ้วย
– น้ำผึ้ง 2 ถ้วย
– ยีสต์ 1 ห่อ
– น้ำกรอง
– อุปกรณ์ที่หมักไวน์ ควรเตริมให้พร้อมทุกอย่าง

วิธีทำ

– นำผลไม้ไปล้างน้ำให้สะอาด และนำไปบดขยี้ให้ละเอียดจนได้น้ำผลไม้ออกมา เพื่อให้ได้ยีสต์จากธรรมชาติเข้าไปนั้นเอง โดยวิธีนี้ถือว่าเป็นการเพิ่มยีสต์จากธรรมชาติได้เลยทีเดียว
– นำไปผสมกับน้ำผึ้งจนได้ความหวานที่ลงตัว แต่ถ้าใครชอบความหวานจากองุ่นอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ และใส่ยีสต์ลงไป และนำไวน์ที่ได้เทใส่ขวดที่เราเตรียมไว้
– ปิดฝาขวดให้สนิทและเก็บเอาไว้ค้างคืนไปเลย และได้สักประมาน 2-3 คืนก็เปิดคนไวน์ให้เข้ากัน
– เราคอยคนน้ำผลไม้วันละสองถึงสามครั้ง หลังจากวันที่คุณผสมส่วนผสมแล้วให้เปิดฝาแล้วคนส่วนผสมให้ทั่ว ก่อนจะปิดฝากับไปนั้นเอง ควนทำอยู่ในช่วงวันแรกทุกๆ 4 ช.ม
– ควรคนไวน์สองสามวันคนที หลังจากผ่านไปสามวันแล้ว ส่วนผสมทั้งหมดจะมีฟองผุดขึ้นมา เพราะยีสต์ได้มีการเคลื่อนไหนหรือทำงานแล้วนั้นเอง เพราะเป็นขั้นตอนในการเลิกรสชาติของไวน์ได้ดีเลย
– นำไวน์ออกหลังจากสามวันที่ฟองผุดๆขึ้นมานั้นเอง และนำไปกรองและถ่ายเทน้ำ และเราก็จะเทใส่ขวดที่เตรียมไว้ในการเก็บรสชาติของไวน์ได้ดีนี้เอง และพอเทใส่ขวยที่เราเตรียมไว้บ่มไวน์แล้ว ให้ติดแอร์ล็อคที่ปากขวดเพื่อแพร่ก๊าซและจะกันไม่ให้อ็อกซิเจนออกหรือเข้ามานั่นเอง เพราะถ้าสามารถเข้ามาได้รสชาติของไวน์เสียนั่นเอง
– หนักไวน์ไว้อย่างน้อย 3 เดือน แต่ถ้าหมักทิ้งไว้เป็นปีๆเลยก็จะดีมากเพราะรสชาติของไวน์นั้นจะมีรถชาติที่ดีอย่างมาก แต่ถ้าเรานำไวน์ออกมาดูตอนสัก 10 เดือนแล้วก็สามารถเติมน้ำผึ้งลงไปได้นั้นเอง เพราะน้ำผึ้งจะเป็นตัวที่เรียกรสชาติของไวน์ได้มากขึ้นไปอีก
– วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดแบคทีเรียในไวน์ ควรใส่ Campden tabiet ลงไปในขวดด้วยก็ดึงแอร์ล็อคให้ไวที่สุดนั้นเอง และเราก็จะได้ไวน์ที่มีคุณภาพมาดื่มแล้วนั้นเอง


penfolds-grange-hermitage-1951

ไวน์แพงอันดับที่ 10 Penfolds Grange Hermitage 1951

Penfolds Grange Hermitage 1951 (เพนโฟลต์ เกรนจ์ เฮอร์มิเทจ 1951) เป็นไวน์แดงจากประเทศ ออสเตรเลีย โดยใช้องุ่นแดงจาก Shiraz (ซีราส) ในการนำมาทำเป็นไวน์ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ไวน์ Penfolds Grange Hermitage 1951 นี้มีราคาแพงเนื่องจากมีเพียง 20 ขาวในโลกเท่านั้นและมันอาจจะลดลงและหายากมาขึ้นอีกก็เป็นได้ ซึ่งราคาในปัจจุบันอยู่ที่ 38,420 ดอลลาร์ หรือ 1,300,000 บาท


massandra-1775

ไวน์แพงอันดับที่ 9 Massandra 1775

Massandra 1775 (มาสซานดรา 1775) เป็นไวน์ที่จะเรียกว่า 2 สัญชาติก็ว่าได้ เพราะ Massandra 1775 นั้นเป็นไวน์ที่ถูกผลิตขึ้นในประเทศสเปน และถูกนำไปบ่มต่อในประเทศยูเครนในโรงงานที่เก่าแก่มากที่สุด และไวน์ Massandra 1775 ล็อตนี้ถูกเก็บไว้นานมากว่าหลายร้อยปี จนไม่สามารถรับประทานได้ แต่ก็เป็นไวน์ที่ติดอันดับราคาแพงถึง 43,500 ดอลลาร์ หรือ 1,500,000 บาท


chateau-dyquem-1811

ไวน์แพงอันดับที่ 8 Chateau d’Yquem 1787

Chateau d’Yquem 1787 เป็นไวน์ขาวหายากและมีราคาแพงมากที่สุดในโลกสำหรับไวน์ขาวและยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะทานได้หรือไม่สำหรับ Chateau d’Yquem 1787 ขวดนี้ ซึ่งมีราคาสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ หรือ 3,400,000 บาท เลยทีเดียว


chateau-dyquem-1811-s

ไวน์แพงอันดับที่ 7 Chateau d’Yquem 1811

Chateau d’Yquem 1811 เรียกว่าเป็นไวน์ขาวที่มีมูลค่าของขวดที่สูงที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะ Chateau d’Yquem 1811 ขวดนี้ใช้ขวดบรรจุที่เป็นขวดในสมัยโบราณแท้ ซึ่งถูกนำมาผสมใหม่ให้สามารถกลับมาดื่มได้อีกครั้ง ซึ่งคนที่ได้ซื้อไวน์ Chateau d’Yquem 1811 ขวดนี้ไปครองได้นำไวน์ขวดนี้ไปตั้งโชว์ที่งานศิลปะในบาร์ของตัวเขาเอง ซึ่งไวน์ขวดนี้มีมูลค่า 117,000 ดอลลาร์ หรือ 4,000,000 บาท จะเรียกว่าแพงเพราะขวดอย่างเดียวก็ไม่ผิด


romanee-conti-1945

ไวน์แพงอันดับที่ 6 Romanée-Conti 1945

Romanée-Conti 1945  ไวน์ขวดนี้ยังไม่มีประวัติความเป็นมาอย่างแน่ชัด แต่ที่แน่ๆ ก็คือไวน์ยี่ห่อนี้เคยเป็นไวน์ที่ดีที่สุดและแพงที่สุดของไวน์ โดยเฉพาะ Romanée-Conti 1945 เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายที่ได้ทำการผลิตไวน์ Romanée-Conti นี้ขึ้นเนื่องจากการถูกฉีกสัญญาในการผลิตและปัญหาต่างๆ ในช่วงที่เกิดสงคราม Romanée-Conti 1945 มีราคาอยู่ที่ 123,900 ดอลลาร์ หรือ 4,200,000 บาท นั้นเอง


chateau-lafite-1787

ไวน์แพงอันดับที่ 5 Chateau Lafite 1787

Chateau Lafite 1787 (ชาโต้ ลาฟีต 1787) เป็นอีกหนึ่งไวน์ที่มีราคาแพงและมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อีกด้วยสำหรับไวน์ขวดนี้ เพราะเป็นอีกหนึ่งของสะสมของ Thomas Jefferson (โทมัส เจฟเฟอร์สัน) แถมยังมีสัญลักษณ์ ThJ อยู่ที่ขวดอีกด้วย ซึ่งไวน์ขวดนี้ถูกซื้อโดย Malcolm Forbes จากนิตยาสาร Forbes ในราคาสูงถึง 160,000 ดอลลาร์ หรือ 5,500,000 บาท เลยทีเดียว


kalimna-block-42-cabernet-sauvignon-2004

ไวน์แพงอันดับที่ 4 Kalimna Block 42

Kalimna Block 42 Cabernet Sauvignon 2004 (คาลิมา บล็อก 42 กาแบร์เน โซวีญง) เป็นอีกหนึ่งไวน์ที่มีราคาแพงมาก เนื่องจากไวน์ขวดนี้จะใช้ต้นองุ่นในการทำบรรจุขวดที่มีอายุมากที่สุดในโลกและมีเพียงแค่ 12 ขวด ในโลกอีกด้วย ซึ่งไวน์ขวดนี้จะไม่มีจุกก๊อกในการเปิดขวด ซึ่งหากใครที่อยากจะลิ้มรสชาติไวน์ Kalimna Block 42 Cabernet Sauvignon 2004 จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการเปิดเฉพาะเท่านั้น และมีราคาอยู่ที่ 168,000 ดอลลาร์ หรือ 5,800,000 บาท นั้นเอง


ไวน์แพงอันดับอันดับที่ 3 Chateau Margaux 1787

Chateau Margaux 1787 (ชาโต้ มาร์กอส 1787)  เป็นไวน์ที่มีเรื่องราวน่าประหลาดใจมากเนื่องจากเป็นไวน์ที่ไม่เคยมีใครได้เคยลิ้มรสหรืถูกเปิดเลย ซึ่งเจ้าไวน์ขาดนี้เป็นของสะสมของ Thomas Jefferson (โทมัส เจฟเฟอร์สัน) ซึ่งไวน์ขวดนี้มีเจ้าของชื่อ William Sokolin (วิลเลี่ยม โซโคลิน) ซึ่งเขาได้ตั้งราคาไวน์ขวดนี้ไว้ 500,000 เหรียญ ถึงจะมีคนสนนราคาไวน์ขวดนี้มากมายแต่ William ก็ไม่เคยคิดที่จะขาย มีอยู่วันหนึ่ง William ได้นำไวน์ขวดนี้ไปที่งาน Margaux Dinner ณ โรงแรม Four Season และไวน์ขวดนี้ก็ถูกเด็กเสิร์ฟทำแตก จึงทำให้ William ได้รับเงินประกันมากถึง 225,000 ดอลลาร์ หรือ 7,650,000 บาท